การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) ตำบลบ้านแขม อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
ตำบลบ้านแขมเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแขม (อบต.บ้านแขม) จึงได้เล็งเห็นศักยภาพและต้นทุนทางทรัพยากรที่มีอยู่ จึงมีนโยบายส่งเสริม "การท่องเที่ยวเชิงเกษตร" อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจากวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการผลิตเพื่อบริโภคและจำหน่าย มาสู่การยกระดับพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็น "ศูนย์การเรียนรู้" และสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ผสมผสานกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน
มนต์เสน่ห์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญ
การท่องเที่ยวเชิงเกษตรในตำบลบ้านแขมมีความหลากหลายและครอบคลุมทั้งด้านพรรณพืชและปศุสัตว์ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจศึกษาดูงานสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงได้ในหลายพื้นที่ อาทิ:
- สวนเกษตรปาล์มน้ำมัน (หมู่ที่ 8 บ้านดอนนาเยีย): เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในตำบล สวนแห่งนี้บริหารจัดการโดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ภายในสวนไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ แต่ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรให้แก่หน่วยงานหรือประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน โดยมีวิทยากรให้ความรู้เรื่องการปลูกและดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
- การทำเกษตรผสมผสานและพืชเศรษฐกิจใหม่: นอกจากปาล์มน้ำมันแล้ว ในพื้นที่ตำบลบ้านแขมยังมีการส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสม การปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ รวมถึงมีกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคปัจจุบัน เช่น การปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย ซึ่งสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชนเป็นอย่างดี
- ฟาร์มปศุสัตว์ชุมชน: ในมิติของการเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ตำบลบ้านแขม (เช่น บริเวณบ้านแขมเหนือ) ยังมีฟาร์มปศุสัตว์ที่ประสบความสำเร็จ เช่น ฟาร์มสุกร ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไร กลายเป็นตัวอย่างความสำเร็จให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ได้
คุณค่าที่ได้รับจากการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ตำบลบ้านแขม นักท่องเที่ยวจะไม่เพียงแต่ได้รับความเพลิดเพลินจากการชื่นชมความร่มรื่นของสวนเกษตร หรือการได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองและวิถีชีวิตกับปราชญ์ชาวบ้านและเกษตรกรในท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน ชุมชนก็มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระดับฐานรากอย่างยั่งยืน
แสดงความคิดเห็น
***กรุณาแสดงความคิดเห็น ด้วยความสุภาพ เคารพต่อสิทธิของผู้อื่น ไม่ละเมิดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดีของสังคม
